Singtip.com

ชุมชนคนไทยในสิงคโปร์ - Thai Social Network in Singapore

ขับรถไปเที่ยววังเวียง-หลวงพระบางกันเอง

ช่วงปีใหม่นี้ ว่างๆอยู่ประมาณ 10 วัน หลังจากไปถ่ายรูป ปาลิโอ เขาใหญ่ (Palio Walking Street) มา ก็เลยจัดทริปขับรถไปเที่ยววังเวียง-หลวงพระบาง ประเทศลาวกันซัก 4 วัน
******* ว่างๆจะเอารีวิว ปาลิโอ เขาใหญ่ (Palio Walking Street) มาอวดนะ*******

เอาละเริ่มเลย
ตื่นตี 3 จัดของขึ้นรถ พร้อมกับลูกๆทั้งที่ยังหลับอยู่ ออกรถตี 4 ของวันที่ 6 มกราคม 2553 จากขอนแก่นถึงหนองคายตี 5 ครึ่ง (เร็วไปมั้ยเนี่ย) แวะซื้อข้าวกล่อง 7-11 แล้วมุ่งหน้าเข้าด่านเลยครับ ถึง 6โมงเป๊ะ ด่านเปิด เข้าไปกรอกเอกสารคนแรกเลยครับ


กว่าจะกรอกเอกสารคน 4 รถ 1 ก็ทุลักทุเลพอสมควรแทบจะส่องไฟฉายกรอกกันเลย เพราะยังมืดอยู่ โอเค ทุกอย่างเรียบร้อยผ่านด่านไทย ขับรถขึ้นสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แล้วไปกรอกเอกสารที่ด่านลาวอีกรอบ (ช่วงนี้คุณแม่ก็แต่งตัวลูกๆที่รถรอ) พอผ่านด่านลาวได้ก็จอดรถฝั่งขวามือรอซื้อประกันภัยรถยนต์ จัดการมื้อเช้าจาก 7-11 ตรงนั้นแหละครับ ทานเสร็จ, เข้าห้องน้ำเรียบร้อย เอ๊ะยัง 7.30 อยู่ บริษัทประกันเปิด 8.00 ทำงัยดี ไม่เ็ป็นรัย เดี๋ยวไปแวะซื้อที่เวียงจันทร์แล้วกัน อีกตั้ง 20 กม.แนะรีบๆไปเลยดีกว่า
อ้อ ขับชิดขวานะครับ ดูเหมือนยาก แต่ขับไปเรื่อยๆเอ๊ะง่ายและปลอดภัยดีแฮะ เพราะว่าอะไรเหรอ ก็เราขับชิดขวางัย อ้าว กวนแล้ววว ... เฉลย คือเราขับชิดขวา เราจะรู้ว่าล้อรถของเรามันชิดได้อีกไม่ตกไหล่ทาง และเวลาแซงมอเตอร์ไซด์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ (ซึ่งเราจะเจอทั้งแพะ วัว สุนัข และ คน) เราก็จะได้ไม่ไปเบียดเขามากเกินไป สรุปทั้ง 4 วัน ผมว่า ปลอดภัยดีครับ เพราะผมชิดมันทั้ง 4 วันเลยครับ

เป็นเรื่องแล้วครับหาบริษัทประกันไม่มีเลย ทำงัยดีต้องขับเข้าตัวเมืองเวียงจันทร์แล้ว ไปได้บริษัท Alliance ที่ตรงข้ามตลาดเช้า หน้าประตูชัย ราคาขึ้นจาก 2ร้อยกว่าบาท เป็น 388 บาท เขาบอกว่าค่าธรรมเนียมมันขึ้น รถเอาประกันชนเยอะ (อ้าว หนาวแล้ว) กว่าจะทำเอกสารเรียบร้อย ออกจากเวียงจันทร์ได้ก็ 9.30 โฮ้ รู้งี้รอซื้อที่ด่านดีกว่า แล้วผมว่าน่าจะ 2 ร้อยกว่าบาทนั่นแหละ แฮ่ๆๆๆ

หากมีโอกาสก็ซื้อซิมโทรศัพท์ด้วยก็ดีนะครับ มี2ค่ายใหญ่คือ Unitel กับ Tigo ค่าซิม 20,000 กีบ เติมเงินเข้าไปอีก 10,000 กีบ
ใช้เงินกีบในลาวคุ้มกว่านะครับ ถ้าคิดเป็นเงินไทยเขาจะใช้ 1บาท=250กีบ แต่Rate Exchange 1บาทจะได้ 255 กีบครับ


เส้นทางจากเวียงจันทร์-วังเวียง ก็เป็นทางแบบทางระหว่างอำเภอ-อำเภอของเมืองเรานี่แหละราดยางไหล่ทางเป็นลูกรัง ส่วนใหญ่เป็นทางราบ มีเขาบ้างนิดหน่อย ขับง่ายแต่อย่าขับเร็วนะครับ รถทุกอย่างที่นี่ ขับกลางถนนทุกคัน 555

ถึงวังเวียงตอน 12.30 ขับรถวนๆหาที่พักและร้านอาหารชิลๆริมแม่น้ำซอง ตกลงนั่งร้าน Elephant Crossing ครับ เป็นทั้งโรงแรมและร้านอาหาร สามีชาวลาวภรรยาชาวยุโรป (แน่นอนจริงๆ อิๆ) อาหารที่ลาวนี่รสชาติธรรมดานะครับ ไม่จัดจ้านเหมือนเมืองไทย แต่บริกรที่นี่น่ารักครับ ชื่อ ท้าวดอน (หรือนายดอน นี่แหละ) ผมคอนเฟิร์มได้เลยครับ ตลอดทั้ง 4 วัน ผู้ชายเมืองลาว น่ารักและสุภาพมากๆครับ ขี้อายนิดๆ สาวๆที่ไหนยังหาชายหนุ่มเคียงกายไม่ได้ ขอ Recommend หนุ่มลาวเลยครับ หน้าตาดีด้วย โอ้ว.. บ่ายโมงครึ่งแล้วเดี๋ยวไปมืดบนเขาต้องรีบไปแล้ว

รูปท้าวดอนครับ ถ่ายตอนขากลับครับ


เส้นทางช่วงวังเวียง-หลวงพระบางนี่แหละที่ได้รับขนานนามว่าสวยที่สุดในอาคเนย์ หากท่านนั่งเครื่องท่านจะไม่มีวันได้สัมผัสความสวยงามแบบนี้แน่นอน สรุปเลยนะครับ ไม่ชัน ไม่หักศอกและไม่ยากเท่า เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ครับ แต่ภูเขาที่นี่สวยมากๆครับ ไม่ใช่สิต้องเรียกว่าเทือกเขาหรือทิวเขา สวยตรงที่ส่วนใหญ่ 95% เป็นสีเขียวชอุ่มครับ ซึ่งแทบหาไม่ได้ในเมืองไทย หากใครยังไม่เคยเห็นกลุ่มภูเขาสีเขียวๆรีบมากครับ เพราะอีกหน่อยลาวก็จะเป็นเหมือนเมืองไทยแหละครับ ความเจริญเข้ามาเร็วมาก

ตลอดเส้นทางชาวบ้านที่นี่เขาจะไปตัดต้นแขมข้างทางมาถูกับพื้นถนน แล้วมัดรวมกันไว้ จะมีคนมารับซื้ออีกที ขับรถต้องระวังนะครับ เพราะเขาไม่หลบเรา คาดว่าชาวเขาที่นี่น่าจะอยู่กันมานานก่อนที่ถนนจะมาถึง เพราะฉะนั้นเขาคงรู้สึกว่าเรามารบกวนเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพื่อนเล่าให้ฟังว่าหากเราไปชนหรือทับสัตว์เลี้ยงเขาตายเนี่ย เขาเรียกค่าเสียหายตั้งแต่เกิดจนตายเลยนะครับ

ขับมาสัก 3 ชั่วโมง ถึงครึ่งทางพอดี แวะพักรถที่ พูคูน นะครับ ที่นี่เป็นจุดพักรถที่สะอาด หรู และดีที่สุดตลอดเส้นทางเลยครับ มีชักโครกด้วย อยู่บนเขานะครับ เขาทำภูเขาให้เป็นที่พักรถเลยครับ ถมดินขึ้นไปเป็นหอคอยกลางหุบเขา เห็นวิวเทือกเขาเกือบ 360 องศาเลยครับ มีอาหารเครื่องดื่มและร้านค้าด้วยครับ เอาเงินไปอย่างเดียวมีเกือบทุกอย่างที่พึงจะทานไหว ถ้าไม่กลัวเอามันออกมาอีก 3 ชั่วโมงข้างหน้าเสียก่อน 555


อ้อ ตอนขากลับผมมาทานอาหารกลางวันที่นี่ เห็นเด็กสาวอยู่คนนึง นั่งเก็บเงินอยู่ แต่งตัวแนวมาก ใส่เล็บอคริลิคด้วย ส่งแฟนไปสอบถามดู อายุ 15 ปี ครับ คนขับรถที่เป็นขาประจำเส้นทางนี้เขาเรียกว่า เหมยหยกแห่งพูคูน เป็นลูกเจ้าของครับ พ่อเขาสัมปทานภูเขาลูกนี้ครับ ทำเป็นร้านอาหาร ถามว่าพ่อรวยมาจากไหน น้องเขาบอกว่า รวยมาจากบ้าน.... แล้วรถ ปอร์เช่สีดำที่โรงรถหล่ะ น้องบอกว่า ของพ่อ พ่อมีรถหลายคัน ว่าแล้วก็หยิบ BB ขึ้นมาโทรหาแม่ครับ เราเลยเลิกคุยตอนนั้นแหละครับ แต่น่ารักดีผิวพรรณไม่ใช่บ้านๆครับ ใครผ่านไปแวะเอาเงินไทยไปให้น้องเขาเก็บหน่อยนะ เอ้าไปต่อดีกว่า ก๊อกสุดท้ายแล้ว

เห็นมั้ยมืดแล้วจริงๆ กว่าจะถึงหลวงพระบางคลำทางบนเขามาจนถึง 1ทุ่มพอดี ไปเช็คอินก่อนดีกว่า ผมพักที่ โรงแรมแสนสุข ครับ จองผ่าน Agoda ได้ราคาที่ถูกกว่า walk in ราคา2คืนอยู่ที่ 2064 บาทครับ ห้องดีสะอาด โรงแรมสวย ชา,กาแฟ ฟรีตลอด พนักงานสุภาพน่ารักครับสาวๆ

พอเอาของลงจากรถก็รีบไปเลยครับ เป้าหมาย ถนนคนเดิน โรงแรมอยู่สายเดียวกับถนนคนเดินนั่นแหละครับ แต่ห่างประมาณ 800 เมตร ไม่เดินครับ เพราะจะเลยไปหาอาหารทานกันด้วยขับรถไปหาที่จอดครับ เดินซักแป็บก็กลับครับ ซื้อนิดหน่อยก่อน วันแรก Survey ไปก่อน ก่อนออกเจอขนมปังฝรั่งเศสแบบลาว ใส่ไข่เจียว+หมูยอ+ผัก อร่อยดีครับ ทานได้แต่ครึ่งอัน


อาหารค่ำอาหารเย็นๆไปทานข้าวเปียก อาหารประจำชาติลาวกันครับ ร้านอร่อยไม่รู้ชื่อร้านอะไร ออกจากถนนคนเดินมาทางวัดหอเซียง ซัก50 เมตร อยู่ตรงข้ามกับวัดเลยครับ ร้านนี้กลางวันคนเยอะครับ ทั้งชาวลาวและนักท่องเที่ยว ตรึมหาที่นั่งยากครับ โชคดีผมไปเกือบปิดแล้วครับ (9.00-21.00) บรรยากาศ+รสชาติเป็นงัยก็ดูรูปแล้วกันครับ

วันที่สองผมตื่นขึ้นมาดูลาดเลาใส่บาตรพระก่อนเพราะทุกๆคนยังเหนื่อยอยู่เลยปล่อยให้นอนไปก่อน นั่งพิมพ์รีวิวไปพลางๆ โรงแรมที่นี่ Free WiFi ครับ พอสายๆทุกคนพร้อมก็ออกไปเดินถ่ายรูปรอบๆโรงแรมและวัดแสน ต่อด้วยวัดเซียงทอง ก่อนไปนั่งทานอาหารเช้าริมแม่น้ำโขงอยู่แถวๆตลาดเช้าครับ นั่งๆอยู่ฝนตกซะงั้น คนที่นี่บอกว่าเป็นฝนเดียวตั้งแต่เริ่มหน้าหนาวมาเลย ต้องกลับมานั่งกร่อย นอนเอาแรงที่โรงแรมก่อน

บ่ายๆก็ไม่มีอะไรขับรถวนๆเล่น ลงไปไม่ได้ พระธาตุพูคำ พิพิธภัณฑ์ ก็เลยขับไปบ้านผานม เป็นศูนย์รวมหัตถกรรมทอผ้าพื้นเมือง ไม่ไกลจากเมืองเท่าไหร่นักประมาณ ไม่เกิน 2 กม. ซื้อของเสร็จก็กลับโรงแรม เด็กๆชอบอยู่โรงแรม เพราะลูกชายดูการ์ตูนของช่องทรู ลูกสาวเล่นเกมจากเน็ต พ่อแม่นอนเล่นรอมื้อค่ำ

พอฟ้าเริ่มมืดก็ออกไปถนนคนเดินอีก ไปนั่งทานข้าวที่ร้าน คาเฟ่ ครัวซองค์ เดอ ร้านนี้มีชื่อเรื่องครัวซองค์อร่อย อาหารอร่อย เจ้าของร้านอัธยาศัยดีมาก (น่าจะเป็นคนไทย สามีเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยของไทย) แถมโดนัทให้ลูกชายผมด้วย มีที่พักราคาถูกด้วยห้องสำหรับครอบครัวคืนละ 700 บาทเอง ไม่มีทีวีนะ ตลอดสองข้างทางจะเป็นร้านแบบนี้เกือบทั้งหมด เมื่ออิ่มอร่อยเสร็จแล้ว ก็พาลูกๆไปตามหาฝันเสียที ที่ไม่ซนเพราะว่าไอ้ของชิ้นนี้แหละที่เด็กๆรอซื้ออยู่

ก่อนกลับฝรั่งให้อมยิ้มเด็กๆก็เลยถ่ายรูปเอาไว้ น่าจะชวนไปทานข้าวด้วยนะเนี่ยมาคนเดียวด้วย เสียดายภาษาไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่

เช้าออกมาจับจองเสื่อที่ชาวบ้านปูเอาไว้ ตั่งแต่ยังไม่ 6 โมงเลย ผมเลือกมาใส่บาตรตรงหัวถนนคนเดิน เพราะที่หน้าโรงแรมที่ผมพักนั้น พระค่อนข้างห่างและเดินเร็วมาก แต่ตรงนี้พระเยอะมากออกมาจากหลายวัดและมาอั้นตรงนี้ เพราะนักท่องเทียวมาใส่ตรงนี้เยอะ
ราคาค่าของใส่บาตร 3 ชุด 240บาท พอจะเติมคิด 3 ชุด 100บาท โห...ถูกลาวต้ม แถมตอนเลิกยังบอกว่าพรุ่งนี้จะจองเสื่อไว้ให้อีก

หลังจากนั้นก็กลับมาเช็คเอาท์ พร้อมแจกทิปเงินไทยให้พนักงานโรงแรม เพราะเขาน่ารักมาก คราวหน้ามาหลวงพระบางจะมาใหม่
มุ่งหน้าสู่วังเวียงเลยครับ ขึ้นเขาแต่เช้าจะได้เป็นเมฆหมอกสวยๆบนเขา ขากลับนี่ได้ภาพวิวเยอะเลยครับไม่ต้องรีบ เพราะจะไปนอนวังเวียง ไม่ลืมแวะหาเหมยหยกแห่งพูคูนครับ

ระหว่างทางเกิดเหตุขึ้นจนได้ ขับรถตามเจ้ารถเมล์ประจำทางเวียงจันทร์-หลวงพระบาง คันนี้เค้าขับซิ่งมาก พอถึงทางโค้งไปทางขวา เกิดมีลังพลาสติกหลุดกระเด็นออกมาทางประตูหลัง กระเด็นไปฝั่งนู้นชนกับเสาปูนข้างทางโค้งแล้วกระเด็นกลับมาหาเราที่ขับตามมา หักหลบจนเกือบตกข้างทางแต่ก็ไม่พ้นเลยโดยเข้าที่กันชนหน้าซ้าย เราก็เลยถ่ายรูปรถ รูปคน เอาไว้เคลมกับประกัน

ถึงวังเวียงก็บ่ายสองกว่าๆ เข้าไปเช็คอินวิไลวงค์ เกสต์เฮาส์ ที่มาดูไว้ตอนขาไป ห้องใหญ่วิวแม่น้ำซอง เตียงใหญ่ 1 และเตียงเล็ก1 คืนละ 800 จัดไป 700 ครับ เอาไม่เอา ถ้าไม่เอาก็จะเอา 555 รีบยึดกุญแจห้องแล้วออกมาเลยครับ

ตอนแรกนัดลูกๆไว้จะพาไปพายเรือคายัค พอไปถึงกลัวเปียกครับ เพราะนักท่องเที่ยวที่กลับมาขึ้นฝั่งเปียกหมดเลย ฝรั่งเขาใส่เสื้อยืดกับกางเกงชันในเท่านั้นครับ อิๆๆ ยืนดูอยู่ตั้งนานแนะ ทำทีเป็นตัดสินใจเรื่องราคา อิๆๆ สรุปแล้วกลัวเปียกเลือกนั่งเรือหางยาวไปกลับรวม 8 กม. 2 ลำๆละ 70000 กีบ

อ้อ ตรงจุดปล่อยเรือคายัค เหนือขึ้นไป 4 กม. ฝรั่งกินเหล้าถอดเสื้อเล่นน้ำ ปาร์ตี้เสียงเพลงดังลั่นป่าเลยครับ เหมือนฟลูมูนในป่าเลยครับ ไม่น่าดูสำหรับเด็กๆ ลูกๆอย่ดูนะเดี๋ยวพ่อคอยมองให้ อิๆๆ แต่สรุปแล้วนั่งเรือนี่สนุกครับไม่เปียกเด็กๆชอบใจมาก ขากลับใกล้ค่ำแล้วอากาศหนาวเย็นมากๆ แทบเป็นไข้เลยครับ อ้อเห็นท้าวดอน ร้าน Elephant Crossing ด้วย โบกมือใหญ่เลย

หลังจากขับรถวนอยู่หลายรอบ ไปเจอร้านอร่อยร้านนึง ชื่อร้าน Banana อยู่กลางซอยฝรั่ง ย้ำครับซอยฝรั่ง ชาวบ้านเขาเรียกอย่างนั้น ร้านเหล้าเบียร์เยอะมาก แต่ร้านนี้ไม่มั่วครับ เงียบนั่งชิลๆเห็นวิวยามพลบค่ำ อาหารอร่อยครับ สเต็กหมูน้ำเกรวี่อร่อยแปลกๆครับ ไม่เคยทานที่ไหน สูตรถั่วครับ คล้ายน้ำหมูสะเต๊ะ , บาบีคิวก็อร่อย , ผัดไทยก็ใช้ได้ ,พร้อมข้าวผัด รวมเครื่องดื่ม 3ร้อยกว่าบาทเอง ถูกมากๆเมื่อเทียบกับปริมาณที่เยอะและอร่อย รับปากเจ้าของร้านว่าจะมาเขียนรีวิวให้ ก็จัดไปยาวๆ

วันสุดท้าย แอบตื่นมาตอนเกือบหกโมงเช้าออกไปถ่ายรูปหมอกสวยๆ ไปซึมซับบรรยากาศที่สวยๆ ขับไปเรื่อยเลยครับ ไปหาทางลงสะพานไม้เล็กๆจนเจอ ก็อยู่ข้างๆร้าน Banana เมื่อคืนนี่เอง สวยครับสวย คงไม่ได้มาอีกนาน ต้องเสพบรรยากาศแบบนี้ให้คุ้มไปเลยครับ เสร็จแล้วก็ขับรถมองหาร้านอาหารเช้าก่อนกลับไปพาเจ้าตัวเล็กมาทานกันก่อนกลับเวียงจันทร์

เดินทางกลับเข้าเวียงจันทร์ ขากลับเร็วหน่อย 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึงก่อนเที่ยงจะมาเคลมประกัน ปรากฎว่าวันเสาร์ออฟฟิศปิดครับ โทรหาศูนย์เคลม เขาชี้แจงมาว่าเราไม่ได้ถ่ายรูปบัตรประจำตัวหรือใบขับขี่เขาไว้และต้องมีเบอร์โทรติดต่อ บริษัทต้องใช้เวลาติดตามและเคลียร์ค่าเสียหายประมาณ 1 สัปดาห์ จะรอดีมั้ยเนี่ย ไอ้เงินที่เราจ่ายเป็นค่าทำประกันภัยเนี่ย มันมีประโยชน์กับเราหรือเปล่าน๊า คิดไปคิดมา อ้อ มีครับ หากคุณเป็นฝ่ายผิดไปชนคนอื่น ถ้าไม่มีประกัน ยาวครับพี่น้อง ช่างเถอะค่าซ่อมที่บ้านเราคงไม่กี่ตังค์หรอก รีบไปช้อปปิ้งที่ด่านดีกว่า ไปถึงประมาณบ่ายโมง ยื่นเอกสารให้เสร็จก่อนนะครับ คนเยอะมาก ผ่านด่านลาวออกมาแล้วเอารถอ้อมมาจอดที่รับฝากรถ แล้วไปเดินช้อปปิ้งได้เลยครับ ของถูก เลือกให้เป็นนะครับ ของเหมือนกันราคาแต่ละร้านไม่เท่ากันนะครับ พอเกือบบ่าย 4 โมงได้เวลากลับมาหนองคาย แวะไปกราบหลวงพ่อพระใส หมอลักษณ์ฟันธง คนราศีกุมภ์ ควรไปกราบปีนี้จะได้เฮงๆ ก่อนกลับสู่ขอนแก่น เป็นอันจบทริปอันสนุกสนาน ก่อนจบรีวิวแอบอวดภาพคัดมาสวยๆหน่อยนะ ทริปนี้อัดมาเกือบ 700 ภาพ ดูกันตาลายเลย
อย่าลืมแอบมารอดูรีวิว Palio Walking Street เขาใหญ่ นะ

สรุปทริปนี้เลยนะครับ
จากการได้ไปเที่ยว 4 วัน ทริปนี้ผมได้อะไรกลับมาเยอะครับ ได้เห็นวิถีชีวิตเดิมๆของชาวลาว ความเป็นอยู่ ความน่ารัก สุภาพ ของผู้คน ผมเป็นคนไทยแท้เที่ยวเมืองไทยยังกลัวจะเกิดเหตุร้ายจี้ปล้น ทำร้ายร่างกายต่างๆนาๆ เที่ยวประเทศลาวไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายจากประชาชนของเขาเลย และต้องขอชื่นชมกับประชาชนชาวลาวเป็นอย่างมากที่ยังรักษาและอนุรักษ์สิ่งคู่บ้านคู่เมืองให้คงอยู่โดยที่ความทันสมัยของโลกปัจจุบันกำลังถาโถมใส่ประเทศลาวเป็นอย่างมาก เราจะยังคงเห็นเด็กสาว นุ่งซิ่นกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวปั่นจักรยานไปโรงเรียน ยังคงเห็นพนักงานบริษัทนุ่งซิ่นซึ่งเป็นชุดออฟฟิศของเมืองเขาดาดดื่นเต็มเมืองใหญ่ ขณะเดียวกันตอนเย็นเธอก็เปลี่ยนชุดเที่ยวตอนเย็น เป็นเด็กแนว กางเกงขาเด๊ป หรือกางเกงเกาหลี ใส่รองเท้าสไตล์เกาหลี เพ้นท์เล็บ และอื่นๆในคนๆเดียวกันได้อย่างกลมกลืน
ผมยังคงประทับใจอะไรหลายๆอย่าง จึงอยากชวนเพื่อนๆรีบๆไปเที่ยวประเทศลาวเสียก่อนที่แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้จะถูกความเจริญเข้ากลืนและเปลี่ยนมันไปจากเดิม สำหรับผมวังเวียงเนี่ย เจอกันอีกแน่นอนครับ สวัสดี...พี่น้องชาวไทย

อีกนิดนึงขอขอบคุณข้อมูลรีวิวดีๆจากทั้ง 3 ท่าน พี่วุฒิ+พี่เคท จาก http://www.wutkatefanclub.com
และคุณหนูนา suthathip kittisenachai skittisenachai@gmail.com





Views: 2578

Comment

You need to be a member of Singtip.com to add comments!

Join Singtip.com

Comment by Lhod ChOnG on January 16, 2010 at 10:15am
เดินทางด้วยรถ บขส นี่หละคะ ... เข้าเวียงจันทร์ แล้วนั่งรถ 2แถวไปวังเวียง (อย่างทรมาน และสนุกเป็นจังหวะ คนพื้นที่ชวนคุย)........ เที่ยวๆ เตร่ๆ แถวนั้น 2 คืน จำได้ว่าไปต่อโรตีใส่ไข่ 2 อัน 30 บาทมาด้วย (เพราะเขาขายอันละ 30 บาทคะ หรือว่า 20 นะ ... รู้แต่ว่าไปต่อแบบซื้ออันแถมอัน ).... ต่อราคาเขาไม่พอ ยืมจักรยานเขาขี่เล่นอีก ( อุดหนุนโรตีร้านนี้ ไป 3 รอบได้) .... แล้วก็จ้างน้องสามีของเจ้าของขับรถอีแต๊นนำเที่ยว (คือไปถามเขาว่ามีอะไรเที่ยวๆ แถวนี้ไหม เขาก็เสนอโปรแกรม พาไปดูถ้ำ เล่นน้ำ) รู้สึกจะเป็นอุทยานด้วยนะคะ เพราะ ขับไปสักพักใหญ่ พี่เขาหันมาบอกว่า เดียวจะมีด่านเก็บเงิน ไม่ต้องพูดอะไรนะ เดี๋ยวผมจะบอกว่าเป็นเด็กนักเรียนนอกกลับมาเยี่ยมบ้าน (หน้าตู อย่างลาวรึนี่ คิดในใจ*** แต่จริงๆ คนลาวทางเหนือๆ หน่อยก็หน้าตาเหมือนๆ จีน ไทย คนเชียงใหม่นะคะ.... ผิวพรรณ สวยสะอาด อย่างเดี๊ยน... เอ้า ว่าเข้าไปนั้น) .......... ถึงซุ้มเก็บเงิน คนเก็บเงินไม่เชื่อ เราเลยต้องว้าวภาษาลาวที่เตี้ยมกันไว้ ประมาณว่าไปอยู่ต่างประเทศมานาน กลับมาเยี่ยมบ้าน พูดภาษาลาวไม่ได้ ประมาณนั้นหละ เหน่อผิด เหน่อถูก ว่ากันไป ........ สนุกดีคะ เที่ยวแบบคลุกฝุ่น
สรุป ว่าขากลับ น้าคนที่ขับรถอีแต๊นนำเที่ยว เสนอขายที่ดินให้เราอีกหนะ ที่สวยนะ ริมน้ำเลย ตรงข้ามสะพานข้ามอันเล็ก เราก็เออ ออ ไปตามเรื่อง ........ แถมทิ้งที่อยู่ให้เราติดต่กลับไปด้วยอีก (สงสัยราศีจับ.... เวลาใส่เสื้อยืด กางเกงชาวเล)
Comment by Jirawat Angwarawong on January 12, 2010 at 1:42pm
เพื่อนๆสามารถนั่งเครื่องไปลงที่หลวงพระบางหรือเวียงจันทร์ได้เลยนะครับ เห็นชาวต่างชาติที่ผมเจอ เขามาจาก กรุงเทพไปลงที่เวียงจันทร์แล้วเช่ารถพร้อมคนขับไปครับ
Comment by ครูเจี๊ยบ on January 12, 2010 at 8:11am
มาตามรอย อยากไปมากๆเลย
Comment by ☞ ღ。。⌒ღ✿ღ°° BeeBee ➸ ❤゙ on January 12, 2010 at 12:48am
น่าสนุกจังเลยค่ะ เด็กๆคงชอบใจน่าดู อิอิ...
บรรยายได้สนุก ภาพก็สวยค่า ดูแล้วมีความสุขตาม อิอิ
Comment by ๑۩۞۩๑ B O W ๑۩۞۩๑ on January 12, 2010 at 12:33am
บรรยากาศดีมากเลยค่ะ น่าไป อิอิ

© 2014   Created by jakrapong.

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service